สำหรับคนที่มี Course / Coaching / Consult / Service หรือรับงานสอนอยู่แล้ว
และอยากขายมันบน Zoom ห้องเล็กๆ ของตัวเอง

ลำดับที่คุณพูด
สำคัญกว่าความรู้ที่คุณมี

คนที่รู้เยอะที่สุดในห้อง มักเป็นคนที่ขายได้น้อยที่สุด
ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง — แต่เพราะเขาเรียงผิด

คุณเปิดหน้าจอเปล่าไว้ตรงหน้า พิมพ์ไปสองบรรทัด แล้วลบทิ้ง

คุณรู้เรื่องของคุณดีกว่าใครในห้อง เคยช่วยคนมาแล้วจริงๆ มีคนจ่ายเงินให้คุณแล้ว

แต่พอต้องเรียงมันออกมาเป็นคำพูดที่ทำให้คนซื้อ — คุณตัน
แล้วคุณก็ปิดหน้าจอนั้นไป บอกตัวเองว่าไว้ค่อยทำ

เดือนที่แล้วก็บอกแบบนี้

เพราะ "รู้เรื่องนี้ดี" กับ "เรียงมันออกมาให้คนอยากซื้อ" เป็นคนละทักษะกัน และไม่มีใครเคยสอนทักษะที่สองให้คุณเลย

หน้านี้ไม่ได้เขียนถึงทุกคน

ถ้าคุณยังไม่มีอะไรขาย — ยังไม่มีคอร์ส ไม่มีโปรแกรมโค้ช ไม่มีบริการที่รับเงินได้ — ปิดหน้านี้ได้เลยครับ เครื่องมือนี้ยังไม่มีประโยชน์กับคุณ

แต่ถ้าคุณมีของอยู่แล้ว มีคนเคยจ่ายเงินให้คุณแล้ว และรู้อยู่เต็มอกว่าถ้าได้พูดกับคนที่ใช่สัก 20-30 คนพร้อมกัน มันน่าจะขายได้ — อ่านต่อครับ

ปัญหาที่แท้จริง

คนที่รู้เยอะที่สุดในห้อง
มักเป็นคนที่ขายไม่ออกที่สุด

ผมเจอเรื่องนี้ซ้ำๆ จนกล้าพูดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คนที่ติดอยู่ตรงนี้แทบทุกคน ติดด้วย 3 อาการเดียวกัน

① ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่จะสอน แต่พอต้องเรียงเป็นลำดับที่พาคนฟังไปถึงการซื้อ — ตัน เพราะสิ่งที่ขาดไม่ใช่ความรู้ แต่คือลำดับ

② ติดสอน

พอได้พูด ก็อยากให้เต็มที่ อยากพิสูจน์ว่าตัวเองรู้จริง เลยสอนหมดทุกอย่างที่มี

คนจดกันใหญ่ พยักหน้าตาม บอกว่าดีมาก — แล้วไม่มีใครซื้อ เพราะคุณไม่ได้ทิ้งปัญหาไว้ให้เขาแก้ คุณทิ้งการบ้านไว้ให้เขาทำ

③ ไม่กล้าขาย

พูดมาดีตลอด 90 นาที แต่พอถึงท่อนบอกราคา เสียงเบาลง พูดเร็วขึ้น รีบให้มันผ่านไป เพราะลึกๆ รู้สึกว่ายังไม่ได้ทำให้เขาอยากได้มากพอ — และความรู้สึกนั้นถูก

สามอาการนี้มีต้นตอเดียวกัน: คุณเรียนมาเยอะ รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ไม่มีโครงที่บอกว่าต้องพูดอะไร เรียงยังไง

สิ่งที่ผมเจอกับตัวเอง

สคริปต์แรกของผม ขายของราคา ฿590

ตอนนั้นผมไม่ได้เปิดหน้า ไม่ได้ทำคอนเทนต์ทุกวัน ไม่มีคนตามเป็นหมื่น

มีแค่ห้อง Zoom ห้องหนึ่ง กับสคริปต์ที่เรียงถูก — แล้วมันขายได้

ตอนนั้นผมคิดว่าที่มันขายได้เพราะของมันถูก คนเลยตัดสินใจง่าย

จนผมเอาโครงเดิมไปใช้ขายของที่แพงขึ้น

ขาย ฿25,000 — ก็ขายได้

ขาย ฿35,000 — ก็ขายได้

โครงเดียวกันทั้งหมด เปลี่ยนแค่เนื้อใน

แล้วผมก็เข้าใจสิ่งที่ควรเข้าใจตั้งนานแล้ว:

คนจะจ่ายเท่าไหร่ ไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณตั้งราคาเท่าไหร่
แต่ขึ้นกับว่าคุณทำให้เขาเชื่อและอยากได้ ก่อนที่จะบอกราคาหรือเปล่า

ราคาไม่ใช่ตัวตัดสิน — ลำดับต่างหาก และลำดับนั้นอยู่ในสคริปต์ ไม่ได้อยู่ในความเก่งของคุณ

ความต่างมันอยู่ตรงนี้

วิธีเดิม

  • สอนให้เต็มที่ ให้คุ้มค่าเวลาเขา
  • บอกวิธีทำทีละขั้นจนครบ
  • พอจบ ค่อยบอกว่ามีของขายนะ
  • คนอิ่ม ขอบคุณ แล้วกลับบ้าน

วิธีที่ขายได้

  • เปลี่ยนสิ่งที่เขาเชื่อก่อน
  • บอกว่าอะไรและทำไม เก็บวิธีทำไว้ในของที่ขาย
  • พอถึงท่อนขาย เขาอยากได้ไปแล้ว
  • คนถามเองว่าซื้อยังไง

สมองที่อิ่มแล้วไม่ซื้อ — สมองที่ยังอยากรู้ต่างหากที่ซื้อ

ถ้าคุณเคยจัดแล้วขายไม่ออก — ผมเดาว่าไม่ใช่เพราะคุณสอนไม่ดี น่าจะตรงกันข้าม คุณสอนดีเกินไปจนเขาไม่เหลืออะไรให้ต้องซื้อ
และไม่ใช่แค่ผม

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อสคริปต์เรียงถูก

ลูกค้าคนแรก
ลูกค้าคนแรกของเธอ — และตอนนี้เธอกำลังเตรียมห้องรอบต่อไปแล้ว
Workshop ครั้งแรก
Mini Workshop ครั้งแรกของเขา — ยอด ฿124,500
ปิดคนแรก 65,000
เข้าฟัง 32 คน → อยู่จนจบ 22 คน → คุยต่อ 4 คน → ปิดคนแรก ฿65,000
ครั้งที่ 11
อาจารย์หวาน — ครั้งที่ 11 แปลว่ามันทำซ้ำได้ ไม่ใช่ฟลุ๊ค
ผลลัพธ์พวกนี้เกิดจากการมีสคริปต์ที่เรียงถูก

ผมเอาหลักการที่สอนเพื่อนๆ มาทำเป็นเครื่องมือ ให้คุณสร้างสคริปต์แบบเดียวกันได้เลย
สิ่งที่ผมทำขึ้นมา

เครื่องมือเขียนสคริปต์ Workshop

มันไม่ใช่คอร์สให้คุณไปเรียนเพิ่ม
มันคือทางลัด

คุณตอบคำถามไม่กี่ข้อเกี่ยวกับของที่คุณขาย แล้วมันสัมภาษณ์คุณ — ถามทีละเรื่อง เพื่อดึงเรื่องจริงของคุณออกมา แล้วคืนกลับมาเป็นสคริปต์พร้อมใช้ พร้อมโครงสไลด์

"แล้วมันต่างจาก ChatGPT ยังไง"

คำถามที่ถูกต้องมาก — ถ้ามันแค่เขียนให้ คุณใช้ AI ตัวไหนก็ได้

ประเด็น AI ทั่วไป เครื่องมือนี้
ลำดับการคิดไม่มีเฟรมเวิร์ค เขียนไปตามที่คุณสั่ง — สั่งไม่เป็นก็ได้ของกลางๆเรียงตามเฟรมเวิร์คของสคริปต์ที่ขายได้จริง ซึ่งผมสรุปมาให้แล้ว
วิธีใช้งานคุณต้องรู้ว่าจะสั่งอะไร ถ้านึกไม่ออกก็ตันตั้งแต่ต้นมันสัมภาษณ์คุณทีละเรื่อง — คุณแค่เล่าตามจริง ไม่ต้องรู้ว่าต้องสั่งอะไร
ปัญหาติดสอนสอนหมดทุกอย่างที่รู้ — คนจดใหญ่ อิ่มแล้วกลับบ้านทำให้เห็นแนวทางการเล่าที่ทำให้คนอยากได้ โดยแทบไม่ต้องสอนเลย
สิ่งที่ได้ออกมาบทความที่อ่านลื่น แต่พอพูดจริงไม่มีจังหวะสคริปต์ที่เรียงลำดับให้เกิดความเชื่อและความอยากได้ ก่อนเอ่ยปากขาย
เรื่องเล่าไม่มีหลักการเล่าเรื่อง — ได้เรื่องที่อ่านลื่นแต่ไม่เปลี่ยนความเชื่อใครมีโครงเล่าเรื่องที่คัดมาให้แล้ว — Fall Story · Origin Story · Epiphany Story
คุณเล่าคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น มันเรียบเรียงตามโครงให้เอง จากเรื่องของคุณจริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่มันแต่งขึ้นมาเอง
สไลด์ต้องไปหาเครื่องมืออื่นทำต่อเอง แล้วเนื้อหาก็ไม่ตรงกับที่จะพูดออกแบบจากสคริปต์ที่เพิ่งเขียน — พูดอะไร สไลด์ขึ้นอย่างนั้น
ถ้าสายงานคุณมีคำที่พูดไม่ได้ไม่รู้ว่าอาชีพคุณห้ามพูดอะไร เขียนคำที่ทำให้แอดโดนแบน หรือทำให้คุณเดือดร้อนทีหลังบอกครั้งเดียวว่าห้ามใช้คำไหน (เช่น สายสุขภาพห้ามคำว่า "รักษา") มันเลี่ยงให้ทุกท่อน
ลำดับการคิด
ไม่มีเฟรมเวิร์ค เขียนไปตามที่คุณสั่ง — สั่งไม่เป็นก็ได้ของกลางๆ
เรียงตามเฟรมเวิร์คของสคริปต์ที่ขายได้จริง ซึ่งผมสรุปมาให้แล้ว
วิธีใช้งาน
คุณต้องรู้ว่าจะสั่งอะไร ถ้านึกไม่ออกก็ตันตั้งแต่ต้น
มันสัมภาษณ์คุณทีละเรื่อง — คุณแค่เล่าตามจริง ไม่ต้องรู้ว่าต้องสั่งอะไร
ปัญหาติดสอน
สอนหมดทุกอย่างที่รู้ — คนจดใหญ่ อิ่มแล้วกลับบ้าน
ทำให้เห็นแนวทางการเล่าที่ทำให้คนอยากได้ โดยแทบไม่ต้องสอนเลย
สิ่งที่ได้ออกมา
บทความที่อ่านลื่น แต่พอพูดจริงไม่มีจังหวะ
สคริปต์ที่เรียงลำดับให้เกิดความเชื่อและความอยากได้ ก่อนเอ่ยปากขาย
เรื่องเล่า
ไม่มีหลักการเล่าเรื่อง — ได้เรื่องที่อ่านลื่นแต่ไม่เปลี่ยนความเชื่อใคร
มีโครงเล่าเรื่องที่คัดมาให้แล้ว — Fall Story · Origin Story · Epiphany Story
คุณเล่าคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น มันเรียบเรียงตามโครงให้เอง จากเรื่องของคุณจริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่มันแต่งขึ้นมาเอง
สไลด์
ต้องไปหาเครื่องมืออื่นทำต่อเอง แล้วเนื้อหาก็ไม่ตรงกับที่จะพูด
ออกแบบจากสคริปต์ที่เพิ่งเขียน — พูดอะไร สไลด์ขึ้นอย่างนั้น
ถ้าสายงานคุณมีคำที่พูดไม่ได้
ไม่รู้ว่าอาชีพคุณห้ามพูดอะไร เขียนคำที่ทำให้แอดโดนแบน หรือทำให้คุณเดือดร้อนทีหลัง
บอกครั้งเดียวว่าห้ามใช้คำไหน (เช่น สายสุขภาพห้ามคำว่า "รักษา") มันเลี่ยงให้ทุกท่อน

ดูของจริงก่อนตัดสินใจ

ผมเอาเคสตัวอย่างมาเดินให้ดูทั้งเส้น — ตั้งแต่ความเชื่อหลัก พิมพ์เขียว การสัมภาษณ์เก็บเรื่องเล่า โครงห้อง บทพูดคำต่อคำ ไปจนถึงสไลด์ที่ประกอบเสร็จ ดูได้เลย ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องกรอกอะไร

ดูตัวอย่างจริงทั้งเส้น →

เคสที่ยกมาเป็นสายสุขภาพ — ตั้งใจเลือกตลาดที่ไกลจากสายสอนธุรกิจ เพราะอยากให้เห็นว่ามันใช้ได้กับตลาดไหนก็ได้

อุ้ย

ผมชื่ออุ้ยครับ

คนที่หมดค่าเรียนไปเป็นแสน กับเรื่องเดียว

ผมเรียนเรื่องการเขียนสคริปต์ขายมาเป็นแสนบาท ทั้งของไทยและของต่างประเทศ ทั้งการเขียนคำโฆษณา · การเล่าเรื่อง · การวางลำดับการขาย · การจัดห้องสัมมนาออนไลน์

แกะสคริปต์ของคนที่ทำเงินได้จริงทีละท่อน ดูว่าเขาวางอะไรไว้ตรงไหน แล้วทำไม

สิ่งที่ผมเจอคือ มันมีลำดับอยู่จริงๆ — และลำดับนั้นซ้ำกันแทบทุกเวทีที่ขายได้

ผมเลยเอาทุกอย่างที่สรุปได้ มาสร้างเป็นเครื่องมือตัวนี้ เพื่อให้ทุกคนไม่เสียเวลาเหมือนผม

🛡️ การันตี 7 วัน ไม่มีเงื่อนไข

ลองใช้ก่อน ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ ทักมาบอกผมภายใน 7 วัน คืนเงินเต็มจำนวน ไม่ต้องอธิบายเหตุผล ไม่ต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้น

วิธีสั่งซื้อ

฿2,990

ปกติราคานี้สร้างได้ 2 Script
(จำกัดจำนวน เพราะมีค่า API ทุกครั้งที่ระบบสร้างจริง)

🎁 10 คนแรก — ได้ 4 Script ในราคาเท่ากัน

ราคาไม่ได้ลด — แต่คุณได้จำนวนเป็น 2 เท่า

คิดเป็น Script ละ ฿748 แทนที่จะเป็น ฿1,495

พอครบ 10 คน กลับไปเป็น 2 Script ตามปกติ — ไม่มีรอบสองของโปรนี้

ทำ 3 ขั้นตอนนี้

ทำไมไม่มีปุ่มกดจ่ายบัตร? — โอนตรงเงินเข้าเร็วกว่า คุณได้เริ่มใช้เร็วกว่า และผมไม่ต้องบวกค่าธรรมเนียมเข้าไปในราคา

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แปลว่าคุณมีของที่ขายได้อยู่แล้ว และรู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ของ

มันอยู่ที่คุณยังไม่มีคำพูดที่จะพาคนฟังไปถึงจุดที่เขายอมจ่าย
— เรื่องนี้แก้ได้ครับ